- ข้อมูลบริษัท
- โครงสร้างบริษัท และบริษัทย่อย
- โครงสร้างองค์กร
- ธุรกิจของบริษัท
- คณะกรรมการ
- คณะผู้บริหาร
- เลขานุการบริษัท
- ผู้ตรวจสอบภายใน
- ข้อบังคับบริษัท
- หนังสือบริคณห์สนธิ
- นโยบายกลุ่มบริษัทพรีเมียร์
- นโยบายบริษัท พรีเมียร์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน)
- จรรยาบรรณบริษัท
- นโยบายสิ่งแวดล้อมและสังคม
- นโยบายการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น
- การกำกับดูแลกิจการ
- จรรยาบรรณทางธุรกิจ
- ข้อมูลทางการเงิน
- ข้อมูลสำหรับผู้ถือหุ้น
- ข้อมูลหลักทรัพย์
- ติดต่อเรา
คำอธิบายและการวิเคราะห์
ของฝ่ายจัดการ
การวิเคราะห์การดำเนินงานและฐานะการเงิน
-
(1) ภาพรวมของธุรกิจของบริษัทและบริษัทย่อยในปี 2568
-
ในปี 2568 ภาพรวมของตลาดขนมขบเคี้ยวยังคงมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราการเติบโตโดยรวมของตลาดเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.0 ในขณะที่ตลาดขนมขบเคี้ยวกลุ่มปลาเส้น (Fish Snack) มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.1 ส่วนธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง ตลาดมีการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของธุรกิจกาแฟ เน้นการผลิตกาแฟอินทรีย์ (Organic) คุณภาพสูงและมีการปรับปรุงพัฒนาสูตรสินค้ากาแฟอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทและบริษัทย่อยลดลงจากปีก่อน เนื่องจากต้นทุนการผลิตของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงสูงขึ้นจากต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง และค่าใช้จ่ายการผลิตคงที่ต่อหน่วยเพิ่มขึ้นจากการขยายโรงงานแห่งที่ 2
-
-
(2) การวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน
-
บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสำหรับปีจำนวน 620.1 ล้านบาท สูงขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 21.0 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 3.5 ในปีมีรายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 996.4 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 20.3 จากธุรกิจผลิตเพิ่มขึ้น 865.5 ล้านบาทจากธุรกิจอาหารแมวเป็นหลัก และธุรกิจจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 130.9 ล้านบาท กำไรขั้นต้นมีจำนวน 1,716.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 103.6 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 6.4 ในงวดมีกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงิน ตามมาตรฐานรายงานทางการเงินฉบับที่ 9 เรื่องเครื่องมือทางการเงินสุทธิจำนวน 5.8 ล้านบาท ประกอบด้วยกำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศจำนวน 6.1 ล้านบาท และขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของหน่วยลงทุนในตราสารทุนจำนวน 0.3 ล้านบาท ในขณะที่ปีก่อนแสดงเป็นผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจำนวน 5.9 ล้านบาท
กำไรจากการดำเนินงานมีจำนวน 744.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 9.3 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 1.3 โดยมีรายการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญมีดังนี้
รายได้จากการขายและบริการสุทธิในปีมีจำนวน 5,914.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 996.4 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 20.3 ประกอบด้วย- • การขายในประเทศมีจำนวน 3,036.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 154.4 ล้านบาท จากธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภคเพิ่มขึ้น 143.7 ล้านบาทจากสินค้าของบริษัทเป็นหลัก และธุรกิจผลิตอาหารเพิ่มขึ้น 10.7 ล้านบาทจากธุรกิจกาแฟเป็นหลัก
- • การขายต่างประเทศมีจำนวน 2,878.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 842.0 ล้านบาท จากธุรกิจผลิตอาหารแมวจำนวน 854.8 ล้านบาท ในขณะที่ส่วนธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคลดลง 12.8 ล้านบาท จากการยุติการขายของบริษัทย่อยในสาธารณรัฐประชาชนจีน
- อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ร้อยละ 29.0 ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนคิดเป็นร้อยละ 3.8 จากธุรกิจผลิตของผลิตภัณฑ์อาหารแมว ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นจากต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรงสูง ค่าใช้จ่ายโสหุ้ยคงที่ต่อหน่วยเพิ่มขึ้นจากการขยายโรงงานที่ 2 และการปรับราคาสินค้าลงสำหรับลูกค้าที่ส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาเนื่องจากได้รับผลกระทบทางลบจากนโยบายการขึ้นภาษีนำเข้า
- รายได้อื่นในงวดมีจำนวน 63.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 32.1 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 102.1 เนื่องจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น 18.3 ล้านบาท และรายได้ชดเชยจากบัตรภาษีของธุรกิจอาหารแมวเพิ่มขึ้น 9.9 ล้านบาท
- ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายในงวดมีจำนวน 472.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 45.2 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 10.6 จากโฆษณาและส่งเสริมการขายเพิ่มขึ้น 47.7 ล้านบาท จากกลุ่มธุรกิจจัดจำหน่ายในประเทศที่จัดรายการส่งเสริมการขายภายใต้แคมเปญ “ทาโรรักษ์โลกโชคเด้ง” เป็นหลัก ซึ่งมีระยะเวลาแคมเปญตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 ถึงมกราคม 2569 ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายประเภทอื่นลดลง 2.5 ล้านบาท
- ค่าใช้จ่ายในการบริหารในปีมีจำนวน 570.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 92.6 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 19.4 เนื่องจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานในปีเพิ่มขึ้น 45.0 ล้านบาท เงินบริจาคเพิ่มขึ้น 26.6 ล้านบาท จากกำไรของปีก่อน และในระหว่างปีบริษัทและบริษัทย่อยมีรายการเกี่ยวกับการส่งเสริมการลงทุนเพื่อพัฒนาชุมชนและสังคมด้านการศึกษาจำนวน 19.3 ล้านบาท ซึ่งได้รับสิทธิให้ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราร้อยละ 200 ของเงินลงทุนดังกล่าว และค่าใช้จ่ายในการบริหารประเภทอื่นเพิ่มขึ้น 1.7 ล้านบาท
- ภาษีเงินได้นิติบุคคลในงวดมีจำนวน 116.5 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน 14.0 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 10.8 จากการใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นสัดส่วนร้อยละ 200 ของเงินส่งเสริมการลงทุนเพื่อพัฒนาชุมชนและสังคมด้านการศึกษาจำนวน 38.5 ล้านบาท โดยเริ่มใช้สิทธิตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ปี 2568 เป็นต้นไป
-
-
(3) การวิเคราะห์ฐานะทางการเงิน
-
สินทรัพย์
สินทรัพย์ของบริษัทและบริษัทย่อย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 มีจำนวน 3,308.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดสิ้นปี 2567 จำนวน 207.9 ล้านบาท โดยมีการเปลี่ยนแปลงดังนี้
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 26.4 ล้านบาท จากเงินสดของบริษัทลดลง 25.9 ล้านบาท และเงินสดของบริษัทย่อยลดลง 0.5 ล้านบาท
• ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 194.8 ล้านบาท จากลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นของธุรกิจอาหารแมวส่งออกเพิ่มขึ้น 147.2 ล้านบาท ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นของบริษัทเพิ่มขึ้น 41.1 ล้านบาทจากรายได้ที่สูงในไตรมาสที่ 4 และลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นของบริษัทย่อยอื่นเพิ่มขึ้น 6.5 ล้านบาท
• สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 55.1 ล้านบาท จากวัตถุดิบในการผลิตอาหารแมวเพิ่มขึ้น 78.3 ล้านบาท ในขณะที่ธุรกิจกาแฟลดลง 34.0 ล้านบาทจากการขายกาแฟสาร และสินค้าสำเร็จรูป สินค้าระหว่างผลิต และวัสดุหีบห่อของบริษัทและบริษัทย่อยอื่นเพิ่มขึ้น 10.8 ล้านบาท
• สินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่นลดลง 241.4 ล้านบาท จากเงินลงทุนในหน่วยลงทุน-กองทุนเปิดตราสารหนี้และตราสารทุนของบริษัทและบริษัทย่อยลดลง 247.5 ล้านบาท ในขณะที่ลูกหนี้จากสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศของธุรกิจผลิตอาหารแมวเพิ่มขึ้น 6.1 ล้านบาท
• เงินกองทุนส่งเสริมการลงทุนเพื่อพัฒนาชุมชนและสังคมด้านการศึกษา เป็นเงินกองทุนเพื่อพัฒนาชุมชนและสังคมด้านการศึกษา ตามที่บริษัทและบริษัทย่อย (บริษัท พี.เอม.ฟูด จำกัด) ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามมาตรการส่งเสริมการลงทุน โดยได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราร้อยละ 200 ของเงินลงทุนสำหรับรายได้จากการประกอบกิจการตามเงื่อนไขการส่งเสริมการลงทุนโดยมีกำหนดระยะเวลา 3 ปี นับจากวันที่มีรายได้ภายหลังได้รับบัตรส่งเสริม บริษัทและบริษัทย่อยเริ่มใช้สิทธิยกเว้นภาษีตามเงื่อนไขของบัตรส่งเสริมในไตรมาสที่ 4/2568 ณ สิ้นงวดมียอดคงเหลือเงินกองทุนส่งเสริมการลงทุนเพื่อพัฒนาชุมชนและสังคมด้านการศึกษาของบริษัทและบริษัทย่อยเป็นจำนวน 30.1 ล้านบาท
• สินทรัพย์หมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้น 62.0 ล้านบาท จากลูกหนี้สรรพากรและเงินชดเชยค้างรับของธุรกิจอาหารแมวจำนวน 42.1 ล้านบาทจากการขอคืนภาษีซื้อจากการส่งออก ค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้าเพิ่มขึ้น 11.2 ล้านบาท และภาษีเงินได้จ่ายล่วงหน้าเพิ่มขึ้น 5.4 ล้านบาทจากบริษัทเป็นหลัก
• ที่ดินอาคารและอุปกรณ์เพิ่มขึ้นสุทธิ 141.5 ล้านบาท จากการลงทุนในสินทรัพย์เพิ่มขึ้น 252.0 ล้านบาท จากการลงทุนในเครื่องจักรและสิ่งก่อสร้างเพื่อขยายโรงงานผลิตอาหารแมวจำนวน 130.1 ล้านบาท การลงทุนในเครื่องจักรและอาคารโรงงานทาโรเพิ่มขึ้น 115.6 ล้านบาท การลงทุนส่วนปรับปรุงอาคารเช่าและเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆของธุรกิจกาแฟจำนวน 5.2 ล้านบาท ในระหว่างปีรับรู้ค่าเสื่อมราคาจำนวน 109.8 ล้านบาท
• สิสินทรัพย์สิทธิการใช้ลดลง 13.9 ล้านบาท จากการรับรู้ค่าเสื่อมราคาในระหว่างปี ส่วนค่าเช่าจ่ายล่วงหน้าที่ลดลง เป็นการตัดจ่ายตามระยะเวลาของสิทธิการเช่าของบริษัท -
หนี้สิน
หนี้สินของบริษัทและบริษัทย่อยมีจำนวน 1,506.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 172.9 ล้านบาท โดยมีการเปลี่ยนแปลงดังนี้
• เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 90.1 ล้านบาท จากเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นของบริษัทเพิ่มขึ้น 42.7 ล้านบาท เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นของธุรกิจผลิตอาหารแมวเพิ่มขึ้น 35.4 ล้านบาท เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นของธุรกิจผลิตทาโรเพิ่มขึ้น 13.3 ล้านบาท ในขณะที่เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นของบริษัทย่อยอื่นลดลง 1.3 ล้านบาท
• เงินกู้ยืมระยะยาวเพิ่มขึ้น 109.7 ล้านบาท (รวมส่วนของเงินกู้ระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปีและดอกเบี้ยค้างจ่าย) โดยในระหว่างปี เงินกู้ยืมเงินระยะยาวเพิ่มขึ้น 161.9 ล้านบาท จากการกู้ยืมเพื่อขยายโรงงานและซื้อเครื่องจักรของบริษัทย่อย 2 แห่ง และระหว่างปีมีการจ่ายชำระคืนเงินกู้ระยะยาวจำนวน 52.2 ล้านบาท
• หนี้สินตามสัญญาเช่าลดลง 13.4 ล้านบาท โดยหลักจากการจ่ายค่าเช่าตามสัญญาเช่า สำรองผลประโยชน์ระยะยาวของพนักงานเพิ่มขึ้น 31.9 ล้านบาท จากการบันทึกรับรู้ภาระผลประโยชน์พนักงานระยะยาวระหว่างปี และการทบทวนการคำนวณผลประโยชน์ระยะยาวของพนักงานใหม่ ณ วันสิ้นปี 2568 ของบริษัทและบริษัทย่อย
ภาษีเงินได้ค้างจ่ายลดลง 40.0 ล้านบาท จากการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลของปี 2568 -
ส่วนของผู้ถือหุ้น
ส่วนของผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 มีจำนวน 1,802.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 35.0 ล้านบาท จากกำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรรของบริษัทและบริษัทย่อยเพิ่มขึ้น 34.7 ล้านบาท ในขณะที่บริษัทย่อยในสาธารณรัฐประชาชนจีนมีผลต่างของอัตราแลกเปลี่ยนจากการแปลงค่างบการเงินที่เป็นเงินตราต่างประเทศจำนวน 2.1 ล้านบาท และส่วนของผู้มีส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบ คุมของบริษัทย่อยมีขาดทุนเพิ่มขึ้น 1.8 ล้านบาท
-
สินทรัพย์
-
(4) การวิเคราะห์งบกระแสเงินสด
-
ปัจจัยหรือเหตุการณ์สำคัญที่มีผลต่อฐานะการเงินหรือการดำเนินงานในอนาคต
ในปี 2569 ตลาดขนมขบเคี้ยวมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ในอัตราที่ชะลอตัวลง กลุ่มบริษัทจึงได้ให้ความสำคัญกับการวางแผนการบริหารจัดการวัตถุดิบ ปัจจัยการผลิต และต้นทุนด้านอื่นๆ ให้มีประสิทธิภาพ และรักษาคุณภาพของสินค้าและบริการเพื่อสร้างความพึงพอใจ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และพัฒนาช่องทางการจัดจำหน่ายใหม่ๆ เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าของกลุ่มบริษัทได้อย่างสะดวกและครอบคลุม รวมถึงแผนงานในการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ในส่วนของการส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยง ตลาดในยุโรปและอเมริกามีแนวโน้มเติบโตค่อนข้างดี โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากความนิยมในการเลี้ยงสัตว์ที่เพิ่มขึ้นและการให้ ความสำคัญกับสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของสัตว์เลี้ยง และบริษัทย่อยได้มีการขยายกำลังการผลิตเพื่อให้สามารถรองรับความต้องการสินค้าที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม บริษัทย่อยยังคงต้องเผชิญความท้าทายในด้านการแข่งขันจากผู้ผลิตรายใหม่ การแข็งค่าของเงินบาท สภาพเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า และสถานการณ์การเมืองโลก ในส่วนของธุรกิจกาแฟ บริษัทย่อยมีแผนที่จะพัฒนาสินค้าใหม่ โดยเพิ่มผลิตภัณฑ์กาแฟคั่วเบลนด์ใหม่ตามความต้องการของตลาด และเพิ่มการรับรู้ตราสินค้าโดยทำงานร่วมกับคู่ค้ารายใหม่ ดังนั้น บริษัทและบริษัทย่อยยังคงให้ความสำคัญกับการติดตามผลกระทบจากสถานการณ์ต่างๆ อย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ไม่สามารถควบคุมได้ แต่อาจมีผลกระทบกับบริษัทและบริษัทย่อยทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ทั้งทางตรงและทางอ้อม ได้แก่ ปัจจัยด้านการเมือง ทั้งภายในและต่างประเทศ สภาพสังคม ปัจจัยด้านอายุของประชากรในประเทศที่มีสัดส่วนของผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างเป็นสาระสำคัญ อัตราการจ้างงานในประเทศ นโยบายของภาครัฐในแต่ละประเทศ แนวโน้มของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป ข้อกำหนดกฎหมายและปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งปัจจัยดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่บริษัท ไม่สามารถควบคุมได้ บริษัทจึงนำปัจจัยดังกล่าวมาบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับบริษัทและบริษัทย่อยได้ทันท่วงที -
-
ปัจจัยหรือเหตุการณ์สำคัญที่มีผลต่อฐานะการเงินหรือการดำเนินงานในอนาคต