การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม

        จากพันธกิจของกลุ่มบริษัทพรีเมียร์ ที่ยึดมั่นการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการสร้างสมดุลกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมนำมาซึ่งการจัดทำนโยบายในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมขับเคลื่อนผ่านแผนการดำเนินงานในหลายด้าน อาทิเช่น การปลูกจิตสำนึกเรื่องสิ่งแวดล้อมให้กับพนักงาน การส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีความรับผิดชอบ การจัดการมลภาวะและขยะ ตลอดจนการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก

        บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) และประกอบด้วยบริษัทย่อยอีก 4 แห่ง กระจายอยู่ตามพื้นที่ในจังหวัดต่างๆ จึงได้ตระหนักถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินธุรกิจ บริษัทจึงให้ความสำคัญในกระบวนการผลิตและจัดจำหน่ายอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อสร้างความสำเร็จร่วมกันอย่างยั่งยืนในทุกพื้นที่ โดยคำนึงถึงทุกขั้นตอนในห่วงโซ่ธุรกิจ มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ เพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินธุรกิจ ซึ่งสะท้อนถึงค่านิยมองค์กรด้าน การได้ประโยชน์ร่วมกัน (Mutual benefits) ของผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจในรูปแบบที่หลากหลาย โดยนำแนวทางปฎิบัติและเทคโนโลยีมาปรับใช้ในกระบวนการดำเนินธุรกิจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างคุ้มค่า พร้อมกับการสร้างวัฒนธรรมสีเขียวผ่านการดำเนินชีวิตอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของพนักงาน ตลอดจนมุ่งมั่นสร้างเครือข่ายสีเขียวในห่วงโซ่ธุรกิจให้เกิดความยั่งยืนร่วมกันต่อไป

นโยบายการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและสังคม

        กลุ่มบริษัทพรีเมียร์ จะประกอบธุรกิจด้วยการรักษาความสมดุลของสิ่งแวดล้อม ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานที่เหมาะสมของแต่ละธุรกิจ ให้ความสำคัญและให้ความร่วมมือกับชุมชนที่จะดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมของชุมชนที่กลุ่มฯเข้าไปดำเนินธุรกิจ ดังนี้

  1. ดูแล รักษาป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จัดให้มีอุปกรณ์บำบัดของเสีย เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน
  2. เมื่อมีเหตุการณ์ที่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมเนื่องจากผลิตภัณฑ์และบริการหรือการดำเนินงาน บริษัทจะเข้าไปแก้ไขและรับผิดชอบต่อผลเสียหายอย่างเป็นธรรมโดยเร่งด่วน
  3. กำหนดให้มีการอบรมและวางระบบการตรวจสอบ ดูแล บำรุงรักษา อุปกรณ์ เครื่องมือและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มพูนประสิทธิภาพในการดูแลสิ่งแวดล้อมให้คงความปลอดภัยและเป็นที่มั่นใจต่อสาธารณะ
  4. จัดสรรกำไรเท่ากับจำนวนร้อยละ 5 ของกำไรสุทธิหลังจากหักภาระค่าภาษีเงินได้นิติบุคคลของรอบปีบัญชีนั้น บริจาคเพื่อประโยชน์ด้านการศึกษาแก่เยาวชนที่มีฐานะยากจนหรือด้อยโอกาสต่อมูลนิธิยุวพัฒน์ หรือองค์กรสาธารณกุศลอื่นๆ ซึ่งมีความน่าเชื่อถือตามที่กรรมการกำหนด

 

แนวทางปฎิบัติในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม

  1. บริษัทดำเนินการตามกฏหมายและกฏระเบียบข้อบังคับด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด
  2. ดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมในห่วงโซ่ธุรกิจตั้งแต่ขั้นตอนการสรรหาแหล่งที่มาของวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การขนส่ง การจัดจำหน่ายในช่องทางจนถึงผู้บริโภค
  3. กำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายเพื่อจัดทำแผนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมติดตามกำกับดูแลรายงานและปรับปรุงผลการดำเนินงานสิ่งแวดล้อม
  4. สร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจให้กับผู้มีส่วนได้เสียในห่วงโซ่ธุรกิจส่งเสริมและสนับสนุนให้ความสำคัญในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า การบริหารจัดการมลภาวะและขยะ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมไปถึงผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ

1. โครงการใช้พลังงานสะอาดทดแทน

       บริษัท พี.เอม.ฟูด จำกัดและบริษัท พรีเมียร์ แคนนิ่ง อินดัสตรี้ จำกัด ซี่งเป็นบริษัทย่อย ได้ยึดถือนโยบายและแนวทางการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ดังนั้นการบริหารจัดการใช้ไฟฟ้าโดยใช้พลังงานทดแทนจึงถือเป็นภารกิจหนึ่งที่สำคัญเพราะในขณะที่ความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าในภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องสวนทางกับปริมาณเชื้อเพลิงที่จะประสบภาวะขาดแคลนในอนาคต เช่น น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน ประกอบกับเชื้อเพลิงดังกล่าวได้ก่อปัญหามลพิษทางอากาศจากการเผาไหม้ ทำให้เกิดก๊าซพิษต่าง ๆ ซึ่งล้วนแต่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อันเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

 

แผนงานการบริหารจัดการมลภาวะและขยะ

        บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด(มหาชน) และบริษัทย่อย ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการมลภาวะและขยะ ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจ โดยทบทวนตั้งแต่การลดการเกิดของเสียเป็นลำดับแรกก่อน ตามแนวทางการบริหารจัดการโดยนำหลักการ 3R มาพิจารณาคัดแยกของเสียหรือขยะแต่ละประเภท การลดการใช้และการบริโภคทรัพยากรที่ไม่จำเป็น (Reduce) การนำทรัพยากรกลับมาใช้ซ้ำ เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด (Reuse) และการเลือกใช้ทรัพยากรที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ เพื่อลดปริมาณขยะและลดการปลดปล่อยของเสียสู่สภาพแวดล้อม (Recycle) อีกทั้งให้การส่งเสริม รณรงค์ อบรมให้ความรู้แก่พนักงานให้ตระหนักถึงปัญหามลพิษและขยะ รวมถึงติดตามผลการดำเนินงานและเปรียบเทียบกับเป้าหมายที่กำหนดไว้อย่างต่อเนื่อง

2. การจัดการของเสียจากกระบวนการผลิตและเศษอาหารจากโรงอาหาร

        บริษัท พี.เอม.ฟูด จำกัด (PMF) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ได้สานต่อนโยบายความรับผิดชอบต่อสังคมของบริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน)  เพื่อเป็นการยกระดับห่วงโซ่คุณค่าในการจัดการของเหลือ (waste) จากกระบวนการผลิตและเศษอาหารจากโรงอาหารของบริษัท อันเป็นการใช้ทรัพยากรให้เกิดความคุ้มค่า จึงเป็นที่มาของโครงการผลิตปุ๋ยจากของเหลือในขบวนการเหล่านี้ ซึ่งเป็นแนวทางช่วยลดปัญหาปริมาณของเหลือเหล่านี้ในแต่ละวัน 

โดยเมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้ศึกษาและสั่งซื้อเครื่องกำจัดขยะเศษอาหาร Composter จำนวน 1 เครื่อง สามารถผลิตปุ๋ยได้เดือนละประมาณ 2,000 กิโลกรัม ซึ่งจากการส่งตัวอย่างไปวิเคราะห์สารอาหาร จะมีไนโตรเจนในปริมาณที่สูง เหมาะสมกับพืชผักสวนครัวและพืชใบเขียวหรือไม้ประดับประเภทใบ โดยปุ๋ยที่ผลิตออกมาจากเครื่องกำจัดขยะ ได้เริ่มแจกจ่ายให้กับพนักงานมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พนักงานที่มีพื้นที่ปลูกผักสวนครัวที่บ้านทดลองใส่แทนปุ๋ยเคมีที่ใช้อยู่ ช่วยลดค่าใช้จ่ายและลดปริมาณปุ๋ยที่เป็นสารเคมี ซึ่งมีผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของพนักงาน นอกจากนี้ยังได้แจกจ่ายปุ๋ยที่ผลิตให้กับหน่วยงานภายนอกรอบ ๆ ชุมชนที่มีแปลงเกษตรปลูกพืชสวนครัวอีกด้วย ในปีที่ผ่านมาบริษัทสามารถผลิตปุ๋ยเป็น จำนวน 12,675 กิโลกรัม โดยได้แจกจ่ายปุ๋ยให้กับพนักงานและแปลงสาธิตเศรษฐกิจพอเพียง ค่ายทหารจังหวัดสระแก้ว 

3. การบริหารจัดการของเสียจากการแปรรูป โดยการผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากเปลือกกาแฟ

          กระบวนการแปรรูปกาแฟจากผลเชอรี่สดมาเป็นรูปแบบกะลานั้น เกิดวัตถุดิบเหลือทิ้งหลังจากการแปรรูปกาแฟนั่นคือเปลือกกาแฟเชอรี่ ซึ่งหากไม่มีกระบวนการจัดการของเสียจากการแปรรูปที่ดี อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมภายในชุมชน เช่น ส่งกลิ่นเหม็นรบกวนชุมชนใกล้เคียงบริเวณโรงงานแปรรูปผลผลิต ความสะอาดทางอาชีวอนามัยของคนในชุมชน และน้ำเสียไหลลงสู่แหล่งน้ำซึ่งจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ทางน้ำได้

          แนวคิดการดำเนินธุรกิจเพื่อสังคมสร้างความสำเร็จร่วมกันอย่างยั่งยืนของบริษัท มีวนา จำกัด จึงมุ่งมั่นดำเนินงานเพื่อลดผลกระทบต่อระบบนิเวศน์และสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ต้นน้ำ โดยการใช้หลักการหมุนเวียนธาตุอาหาร เมื่อนำผลผลิตออกมาจากฟาร์ม คือผลกาแฟ ที่ถูกสร้างโดยต้นกาแฟดูดซับธาตุอาหารจากดินมาหล่อเลี้ยงผล และนำเอาเฉพาะส่วนที่เป็นกะลากาแฟมาบริโภค ส่วนที่เหลือคือเปลือกกาแฟ ซึ่งในทุกปีบริษัทได้ให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ลงพื้นที่ร่วมกับเกษตรกรวางแผน และเตรียมคัดเลือกแยกเปลือกกาแฟที่เหมาะสมต่อการนำมาทำเป็นปุ๋ยหมัก เพื่อกลับคืนสู่ดินพืชจะดูดซึมกลับไปเป็นธาตุอาหารอีกครั้งหนึ่ง วัฏจักรธาตุอาหารที่หมุนเวียนเป็นไปอย่างสมดุล ซึ่งในปี พ.ศ. 2568 เปลือกกาแฟที่เหลือจากการแปรรูป จำนวน 184.67 ตัน สามารถนำกลับมาทำปุ๋ยอินทรีย์ได้จำนวน 105.80 ตัน ทำให้เกษตรกรลดค่าใช้จ่ายในการซื้อปุ๋ยได้ 952,245 บาท

4. การบริหารจัดการแยกขยะ

          ปัจจุบันการจัดการขยะได้กลายเป็นปัญหาของหลายประเทศและประเทศไทยเองก็กำลังเผชิญกับปัญหาขยะที่นับวันจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ซึ่งขยะดังกล่าวได้ส่งผลกระทบให้กับชุมชนและสิ่งแวดล้อมเป็นอันมากหากมีการกำจัดหรือทำลายอย่างผิดวิธี  ดังนั้นบริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย จึงเห็นความสำคัญในเรื่องของการคัดแยกขยะภายในสำนักงานและในแต่ละโรงงาน เพื่อนำกลับมาใช้หรือกำจัดอย่างถูกวิธีอันเป็นการช่วยลดปริมาณขยะไปสู่การฝังกลบและเท่ากับเป็นการช่วยลดผลกระทบให้กับชุมชมและสิ่งแวดล้อมในเวลาเดียวกัน

โครงการ “เก่าแลกใหม่ – Old for New by SCGP RECYCLE”พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง ร่วมกับ SCGP

บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นองค์กรที่มุ่งสร้างความยั่งยืน ด้วยการร่วมมือกับ บริษัท เอสซีจี แ พคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) ในโครงการ “เก่าแลกใหม่ – Old for New by SCGP RECYCLE” โดยมีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมืออย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 ณ อาคารพรีเมียร์คอร์เปอเรทปาร์ค โครงการนี้ไม่เพียงแต่เป็นการผลักดันเรื่องสิ่งแวดล้อม และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเสริมสร้างประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรภายในองค์กร โครงการ “เก่าแลกใหม่”  เป็นการสะท้อนถึงการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ (Partnerships for the Goals) ที่มีวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนร่วมกัน ในมุมของ SCGP ซึ่งเป็นผู้นำด้านบรรจุภัณฑ์ โครงการนี้ช่วยให้บริษัทสามารถจัดหากล่องกระดาษลูกฟูกรวมถึงกระดาษอื่น ๆ ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับการผลิตสินค้าใหม่ได้อย่างเพียงพอและช่วยกันลดต้นทุนจากการนำเข้ากระดาษจากโรงงานภายนอก สำหรับ บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง เราได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่คุณค่านี้ ด้วยการนำกล่องกระดาษลังเหลือใช้จากคลังสินค้าร่มเกล้า ซึ่งเป็นกล่องที่ได้การส่งสินค้าจากคู่ค้า และเศษกระดาษสำนักงาน ส่งให้กับทาง SCGP เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างเป็นระบบ ลดปริมาณขยะฝังกลบเพื่อขับเคลื่อน Climate Action ตามนโยบายของบริษัท โดยนับตั้งแต่เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568 บริษัทได้ส่งกระดาษไปรีไซเคิลแล้ว 2 ครั้ง รวมปริมาณกว่า 1.6 ตัน ซึ่งการจัดการปริมาณขยะกระดาษที่จุดเริ่มต้นนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการพัฒนาความยั่งยืนขององค์กรและสังคม เนื่องจากปริมาณขยะกระดาษลดลงอย่างต่อเนื่อง คือ “ผลลัพธ์เชิงบวก” ที่เกิดจากความสำเร็จในการบริหารจัดการภายในและการผลักดันแนวคิด Paperless ของบริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) ที่สร้างการมีส่วนร่วมกับพนักงานมาอย่างต่อเนื่อง “ปริมาณกระดาษที่ลดลง แสดงให้เห็นว่าเรามีการบริหารจัดการที่ดีขึ้น มีการลดการใช้กระดาษในกระบวนการทำงานอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีอย่างยิ่งสำหรับบริษัท และเป็นการช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน”

ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและจับต้องได้

  • ผลักดัน Circular Economy การขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งตอบโจทย์แนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทที่ต้องการสร้างความสำเร็จร่วมกันอย่างยั่งยืน
  • การร่วมเป็นพันธมิตร เพื่อลดขยะฝังกลบ การรวบรวมและนำกระดาษเหลือใช้กลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลของ SCGP จะช่วยลดปริมาณขยะกระดาษที่ต้องถูกนำไปฝังกลบ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  • ลดต้นทุนการจัดการขยะ บริษัทฯ ได้รับบริการเก็บกระดาษเพื่อนำไปรีไซเคิลโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานด้านการจัดการขยะ
  • เห็นผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อม มั่นใจได้ว่ากระดาษทั้งหมดจะถูกนำกลับไปใช้ประโยชน์และหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจอย่างครบถ้วน ซึ่งเป็นการสร้างผลกระทบเชิงบวกที่ชัดเจนและตรวจสอบได

ได้ทำการรีไซเคิลกระดาษรวมทั้งสิ้น 2,593 กิโลกรัม

  • ลดการตัดต้นไม้ 44 ต้นการใช้น้ำ 68,01 ลิตร
  • ลดการปล่อยก๊าซ CO 14,50 kgCO₂eq
  • ลดการใช้เชื้อเพลิง 580.83 ลิตร
  • ลดการใช้พลังงานไฟฟ้า 16,36 กิโลวัตต์-ชั่วโมง

สามารถอ่านนโยบายฉบับเต็มได้ที่นี่ นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม 

ข่าวสารและกิจกรรม

โครงการ “เก่าแลกใหม่ - Old for New by SCGP RECYCLE” 2025

“พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง” จับมือ “SCGP” เปิดตัวโครงการ “เก่าแลกใหม่ - Old for New” เปลี่ยนกระดาษใช้แล้วเป็นทรัพยากรหมุนเวียน มุ่งหน้าสู่เป้าหมายความยั่งยืน

Climate Change Forum 2025 ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยสู่เป้า Net Zero บริษัท P.M. FOOD CO., LTD. คว้ารางวัล " Climate Action Leader "

บริษัท พี.เอม.ฟูด จำกัด รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัล "Climate Action Leader" ในงาน Climate Change Forum 2025

บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) ผนึกกำลังร่วมกับ ก.ล.ต. และ ECOLIFE ฉลองความสำเร็จโครงการ “ทิ้งทูแทรช” 2025

บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) (“Premier Marketing PCL.”) มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เข้าร่วมงานสรุปความสำเร็จของโครงการคัดแยกขยะ “ทิ้งทูแทรช” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2568 ณ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ร่วมกับ ECOLIFE

โครงการขยายการจัดส่งสินค้าแบบส่งตรง (Direct Shipment) 2567

ในการดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งต้องมีกระบวนการจัดส่งและกระจายสินค้าไปทั่วประเทศนั้น บริษัทได้ดำเนินกิจกรรมที่สำคัญนี้ผ่านบริษัทคู่ค้าที่ให้บริการขนส่งสินค้าในแต่ละภาคและเพื่อเป็นการยกระดับห่วงโซ่คุณค่าร่วมกับคู่ค้าจึงมีการขยายผลการพัฒนาการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง

การจัดการของเสียจากกระบวนการผลิตและเศษอาหารจากโรงอาหาร 2567

ในปีที่ผ่านมาบริษัทสามารถผลิตปุ๋ยเป็น จำนวน 11,450 กิโลกรัม โดยได้แจกจ่ายปุ๋ยให้กับพนักงาน จำนวน 9,090 กิโลกรัม และยังมอบให้กับศูนย์การเรียนรู้และฝึกอบรมเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชปณิธานกรมทหารราบที่ 12 รักษาพระองค์ ค่ายไพรีระย่อเดช จังหวัดสระแก้ว

การบริหารจัดการแยกขยะ 2567

บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย จึงเห็นความสำคัญในเรื่องของการคัดแยกขยะภายในสำนักงานและในแต่ละโรงงาน เพื่อนำกลับมาใช้หรือกำจัดอย่างถูกวิธีอันเป็นการช่วยลดปริมาณขยะไปสู่การฝังกลบ

การบริหารจัดการของเสียจากการแปรรูป โดยการผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากเปลือกกาแฟ 2567

เปลือกกาแฟที่เหลือจากการแปรรูป จำนวน 189.37ตัน.สามารถนำกลับมาทำปุ๋ยอินทรีย์ได้ จำนวน 122.0 ตัน.ทำให้เกษตรกรลดค่าใช้จ่ายในการซื้อปุ๋ยได้ 828,387 บาท

การบริหารจัดการของเสียจากการแปรรูป โดยการผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากเปลือกกาแฟ ประจำปี 2565

กระบวนการแปรรูปกาแฟจากผลเชอรี่สดมาเป็นรูปแบบกะลานั้น เกิดวัตถุดิบเหลือทิ้งหลังจากการแปรรูปกาแฟนั่นคือเปลือกกาแฟเชอรี่ ซึ่งหากไม่มีกระบวนการจัดการของเสียจากการแปรรูปที่ดี อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมภายในชุมชน เช่น ส่งกลิ่นเหม็นรบกวนชุมชนใกล้เคียงบริเวณโรงงานแปรรูปผลผลิต

การจัดการของเสียจากกระบวนการผลิตและเศษอาหารจากโรงอาหาร ประจำปี 2565

บริษัท พี.เอม.ฟูด จำกัด (PMF) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ได้สานต่อนโยบายความรับผิดชอบต่อสังคมของบริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) เพื่อเป็นการยกระดับห่วงโซ่คุณค่าในการจัดการของเสียจากกระบวนการผลิตด้วยการขยายผลในการใช้ทรัพยากรการผลิตให้คุ้มค่า

การบริหารจัดการแยกขยะ ประจำปี 2565

บริษัท พรีเมียร์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย ปัจจุบันการจัดการขยะเป็นปัญหาของหลายประเทศ ในประเทศไทยเองก็กำลังเผชิญกับปัญหาขยะที่นับวันจะทวีความรุนแรงขึ้นตลอดเวลา ซึ่งขยะดังกล่าวส่งผลกระทบให้กับชุมชนและสิ่งแวดล้อมเป็นอันมากหากมีการกำจัดหรือทำลายอย่างผิดวิธี
โครงการจัดการของเสียจากกระบวนการผลิตและเศษอาหารจากโรงอาหาร

โครงการจัดการของเสียจากกระบวนการผลิตและเศษอาหารจากโรงอาหาร

บริษัท พี.เอม.ฟูด จำกัด (PMF) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ได้สานต่อนโยบายความรับผิดชอบต่อสังคมของบริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) เพื่อเป็นการยกระดับห่วงโซ่คุณค่าในการจัดการของเสียจากกระบวนการผลิตด้วยการขยายผลในการใช้ทรัพยากรการผลิตให้คุ้มค่า
โครงการจัดการขยะซองเปล่าของผลิตภัณฑ์ โครงการ TARO ECO BRICKS

โครงการจัดการขยะซองเปล่าของผลิตภัณฑ์ โครงการ TARO ECO BRICKS

บริษัท พรีเมียร์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทาโร ที่มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจด้วยปรัชญา “ส่งมอบคุณค่า อย่างมีคุณภาพ” นอกจากการใส่ใจในคุณภาพการผลิตส่งมอบคุณค่าทางโภชนาการสู่ผู้บริโภคแล้ว บริษัทฯ ยึดมั่นในการทำธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม
โครงการจัดการของเสียจากการแปรรูป โดยการผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากเปลือกกาแฟ

โครงการจัดการของเสียจากการแปรรูป โดยการผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากเปลือกกาแฟ

กระบวนการแปรรูปกาแฟจากผลเชอรี่สดมาเป็นรูปแบบกะลานั้น มีวัสดุเหลือทิ้งหลังจากการแปรรูปกาแฟนั่นคือเปลือกกาแฟเชอรี่ ซึ่งหากไม่มีกระบวนการจัดการของเสียจากการแปรรูปที่ดี อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมภายในชุมชน เช่น ส่งกลิ่นเหม็นรบกวนชุมชนใกล้เคียงบริเวณโรงแปรูปผลผลิต ความสะอาดทางอาชีวอนามัยของคนในชุมชน