การบริหารจัดการความเสี่ยง
การบริหารจัดการความเสี่ยง
เพื่อให้การดำเนินธุรกิจของบริษัทเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกัน ภายใต้พันธกิจหลักของกลุ่มบริษัทพรีเมียร์ “ธุรกิจก้าวหน้า พนักงานมั่นคง สังคมยั่งยืน” ซึ่งการบริหารจัดการความเสี่ยงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญที่มีผลต่อความสำเร็จขององค์กร ตลอดจนสามารถสร้างโอกาสในการดำเนินธุรกิจและลดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจที่อาจจะเกิดขึ้น บริษัทจึงได้ดำเนินการด้านการบริหารความเสี่ยง ดังนี้
นโยบายและแผนการบริหารความเสี่ยง
- 1) บริษัทจัดให้มีระบบบริหารความเสี่ยงที่ครอบคลุมทั้งบริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย ตามกรอบการบริหารความเสี่ยง ISO 31000 : 2018 ซึ่งนอกจากจะทำให้ทราบถึงจุดเสี่ยงที่สำคัญที่มีผลต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ หรือผลสำเร็จของการดำเนินงานและเพิ่มคุณค่าให้แก่บริษัทแล้ว ยังเป็นกลไกในการตอบสนองการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจที่อาจจะเกิดขึ้น โดยจะให้ความสำคัญต่อการบ่งชี้ความเสี่ยงที่สำคัญที่อาจจะมีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจบองบริษัทอีกด้วย
- 2) บริษัทตระหนักดีว่าการบริหารความเสี่ยงที่ได้ผลจะต้องได้รับการสนับสนุนจากพนักงานทุกระดับ จึงจัดตั้งคณะทำงานร่วมด้านการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้มีการนำการบริหารความเสี่ยงเข้าใช้ทั่วทั้งองค์กรและเพื่อผลักดันให้มีการนำไปใช้ในทุกขั้นตอนของการดำเนินงาน รวมทั้งเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น
- 3) บริษัทมุ่งหวังให้พนักงานทุกคนตระหนักและรับรู้ว่า การบริหารความเสี่ยงเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่ต้องได้รับความใส่ใจ ตลอดเวลาแทนการเลือกปฏิบัติเป็นครั้งคราว เพื่อที่บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว จึงมอบหมายให้คณะทำงานร่วมด้านบริหารความเสี่ยง กำกับดูแลบริหารความเสี่ยงของบริษัทให้เป็นไปตามคู่มือการบริหารความเสี่ยงของบริษัท
ทั้งนี้ในวันที่ 4 สิงหาคม 2563 คณะกรรมการบริษัทจึงได้มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการธรรมาภิบาลและกำกับความเสี่ยง เพื่อทำหน้าที่ติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และให้คำแนะนำในเรื่องการบริหารจัดการด้านธรรมาภิบาลและการบริหารจัดการด้านความเสี่ยงกับฝ่ายบริหารของบริษัทและบริษัทย่อย พร้อมกับมอบหมายให้ฝ่ายบริหารรับผิดชอบในการบริหารจัดการด้านธรรมาภิบาลและบริหารจัดการความเสี่ยง และทำหน้าที่เพื่อผลักดันให้เกิดการปฏิบัติในเรื่องดังกล่าวทั่วทั้งองค์กร
โครงสร้างการบริหารความเสี่ยง

หน้าที่และความรับผิดชอบ
- 1) คณะกรรมการบริษัท มีหน้าที่กำกับดูแลให้บริษัท มีระบบบริหารความเสี่ยงที่ครอบคลุม และมีกระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยง การรายงาน และการติดตามผลที่มีประสิทธิภาพ โดยมีคณะกรรมการธรรมาภิบาลและกำกับความเสี่ยง ทำหน้าที่ติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และให้คำแนะนำ ในเรื่องการบริหารจัดการด้านธรรมาภิบาลและความเสี่ยงของฝ่ายบริหาร ได้แก่ กรรมการผู้จัดการและผู้บริหารระดับสูงของบริษัทและบริษัทย่อย
- 2) ประธานกรรมการบริหาร มีหน้าที่ดูแลและรักษาคุณค่าหลักที่ดีขององค์กร และส่งเสริมให้มีการบริหารกิจการให้เป็นไปตามคุณค่าหลักที่ดีขององค์กร และเป็นไปตามการบริหารจัดการด้านธรรมาภิบาลและการบริหารจัดการความเสี่ยงของกิจการ
- 3) กรรมการผู้จัดการ มีหน้าที่รับผิดชอบการบริหารจัดการรวมถึงการติดตามการดำเนินกิจการภายใต้คุณค่าหลักขององค์กร และการบริหารจัดการด้านธรรมาภิบาลและการบริหารจัดการความเสี่ยงของกิจการ
กระบวนการบริหารความเสี่ยงของบริษัท แบ่งออกเป็น 2 ระดับ คือ
- 1) ระดับองค์กร (Entity Level) บริษัทมีการบริหารความเสี่ยงที่เกิดจากกิจกรรมหลักทางธุรกิจ เช่น ความเสี่ยงในเชิงกลยุทธ์ แผนงานหลัก หรือนโยบายในการบริหาร รวมทั้งความเสี่ยงจากปัจจัยภายในและภายนอกองค์กร ซึ่งส่งผลกระทบกับการดำเนินธุรกิจ อย่างมีนัยสำคัญ
- 2) ระดับหน่วยงาน (Activity Level) บริษัทมีการบริหารความเสี่ยงที่เกิดจากการปฏิบัติงานในแต่ละหน่วยงาน ครอบคลุมถึงปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทำงาน การใช้อุปกรณ์ เทคโนโลยี บุคลากรที่ปฏิบัติงาน
กรอบการบริหารความเสี่ยงของบริษัท
เพื่อให้การบริหารความเสี่ยงของบริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้กำหนดกรอบการบริหารความเสี่ยงประกอบดัวย 4 ขั้นตอน ได้แก่
- 1) การวางแผนบริหารความเสี่ยง
- 2) การดำเนินงานบริหารความเสี่ยง
- 3) การเฝ้าระวังและติดตามระบบบริหารความเสี่ยง
- 4) การปรับปรุงระบบบริหารความเสี่ยง
โดยบริษัทและบริษัทย่อยกำหนดผู้รับผิดชอบในการประเมินความเสี่ยง กำหนดแผนงานมาตรการป้องกันและมาตรการรับมือ เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ตลอดจนติดตาม รายงานผลอย่างต่อเนื่อง
ประเภทความเสี่ยงของบริษัท
เพื่อให้การประเมินความเสี่ยงของบริษัทและบริษัทย่อย สามารถวิเคราะห์และพิจารณาหามาตรการการแก้ไขป้องกัน ตลอดจนมาตรการรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้กำหนดลักษณะของความเสี่ยงประกอบดัวย 7 ประเภท ได้แก่
- 1) ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฏระเบียบ ข้อบังคับ (Compliance Risk)
- 2) ความเสี่ยงด้านการเงิน (Financial Risk)
- 3) ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ (Strategic Risk)
- 4) ความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ (Operational Risk)
- 5) ความเสี่ยงด้านวิบัติภัย (Hazard Risk)
- 6) ความเสี่ยงด้านความยั่งยืน (ESG Risk)
- 7) ความเสี่ยงใหม่ (Emerging Risk)
ขั้นตอนของกระบวนการบริหารความเสี่ยง

หลักเกณฑ์ในการประเมินความเสี่ยงเป็นมาตรฐานต่อไปนี้
( 1 ) เกณฑ์การประเมินผลกระทบจากความเสี่ยง ( Impact) แยกเป็น 4 ด้าน ตามหลักของ Balance Score Card ดังนี้

( 2 ) เกณฑ์การประเมินโอกาสการเกิดความเสี่ยง (Likelihood) แยกเป็น 4 ด้าน ตามหลักของ Balance Score Card ดังนี้

การกำหนดระดับความเสี่ยง
ภายหลังจากคำนวณคะแนนค่าระดับความเสี่ยงแล้วให้นำคะแนนที่ได้มากำหนดระดับความเสี่ยงลงในตาราง ( Risk Matrix ) ดังนี้

บริษัทและบริษัทย่อย ให้ความสำคัญในการสร้างความตระหนักของการบริหารความเสี่ยงให้กับคณะกรรมการบริษัท คณะผู้บริหารและพนักงานทุกระดับ เพื่อเป็นการส่งเสริม สนับสนุนให้สามารถนำระบบบริหารความเสี่ยงมาปรับใช้ในการทำงานส่งผลต่อการสร้างโอกาส ลดผลกระทบ ให้องค์กรบรรลุถึงวัตถุประสงค์และเป้าหมายได้อย่างยั่งยืน
ปัจจัยความเสี่ยงด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG)
ความเสี่ยงด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG)
- ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงด้านภัยพิบัติทางธรรมชาติ
จากผลกระทบของวิกฤตโลกร้อนในปัจจุบันที่ทำให้สภาพอากาศมีความแปรปรวนและเกิดภัยพิบัติต่างๆ เช่น อุทกภัยจากการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล เป็นต้น ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทที่อาจเกิดการหยุดชะงักและเกิดความเสียหายได้ บริษัทฯ จึงมีแนวทางในการบริหารจัดการความเสี่ยงดังกล่าวโดยให้ทบทวนและจัดเตรียมแผนฉุกเฉินรองรับเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินหรือภาวะวิกฤต รวมถึงทบทวนและจัดทำแผนรองรับการจัดเก็บสินค้า เลี่ยงพื้นที่มีน้ำท่วม และแผนโอนย้ายคลังสินค้า พร้อมทั้งกำหนดผู้รับผิดชอบและดำเนินเฝ้าระวังการตามแผนอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการขนส่งวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ขาเข้า และ การจัดส่งสินค้าขาออก โดยจัดทำแผนที่เส้นทางรองเพิ่มเติมจากเส้นทางหลัก ทั้งขาเข้าและ ขาออก
สำหรับการเดินทางมาทำงานของพนักงานได้ใช้ข้อมูลประจำปีของหน่วยงานราชการระดับจังหวัดที่สรุปพื้นที่การเกิดภัยธรรมชาติ เพื่อ เตรียมแผนสำรองในการรับส่งพนักงาน และสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์กับชุมชน เพื่อการรับรู้ข่าวสารอย่างทันเหตุการณ์
- ความเสี่ยงจากไฟป่า
บริษัทย่อยได้ลงทุนในธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายกาแฟอินทรีย์สายพันธุ์อาราบิกา ในรูปแบบกาแฟเมล็ดคั่วและเมล็ดคั่วบด และกาแฟพร้อมดื่มบรรจุกระป๋อง โดยมีการส่งเสริมกลุ่มสมาชิกเกษตรกรอินทรีย์ เป็นการปลูกกาแฟใต้ร่มเงาป่า ในเขตป่าต้นน้ำโดยถูกกฎหมาย เป็นการดูแลรักษาและส่งเสริมให้มีการปลูกพืชยืนต้นเพื่อเพิ่มพื้นที่ป่า ปัญหาไฟป่าจากความแห้งแล้งและการลักลอบเผาป่าเป็นความเสี่ยงต่อผลผลิตของกาแฟที่ปลูกภายใต้ร่มเงาป่า
มีการให้ความรู้กับทางกลุ่มสมาชิกเกษตรกรในโครงการ ถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น ส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างทางภาครัฐและกลุ่มสมาชิกเกษตรกรในการทำแนวกันไฟป่า กับบริเวณที่เชื่อมต่อและมีความเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า รวมถึงจัดให้มีการประชุมร่วมกับ ผู้นำชุนชนในพื้นที่ เพื่อกำหนดมาตรการและแผนในการควบคุมไฟป่า รวมถึงส่งเสริมให้มีการปลูกป่าเพื่อเสริมร่มเงา
- ความเสี่ยงด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติต่อแรงงานอย่างไม่เป็นธรรม
การติดตามและประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะอาจเกิดความเสี่ยงได้ในหลายมิติ เช่นการใช้แรงงานผิดกฎหมาย สภาพการจ้างงานที่อาจไม่เป็นธรรม เป็นต้น ซึ่งอาจทำให้เกิดการร้องเรียนด้านกฎหมาย และถูกสั่งระงับการดำเนินงาน รวมถึงบริษัทอาจเสียชื่อเสียง ปัจจุบันบริษัทฯ มีกลไกในการติดตามและประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน รวมถึงได้มีการจัดทำคู่มือ การตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน โดยเผยแพร่ ให้ผู้บริหารและพนักงานได้ทราบโดยทั่วกัน อีกทั้งยังจัดทำกระบวนการตรวจสอบการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Due Diligence Process) และการปฏิบัติด้านแรงงาน เช่น มีการทบทวนประเมินผลกระทบประเด็นดังกล่าวในที่ประชุมความเสี่ยงกับผู้บริหารทุกไตรมาส ทั้งนี้ในปี 2566 บริษัทไม่มีข้อพิพาทใดๆ ที่มีนัยสำคัญกับผู้มีส่วนได้เสีย และยังไม่พบประเด็นที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน
- ความเสี่ยงด้านการกระทำผิด พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data Protection Act : PDPA)
ข้อมูลส่วนบุคคลถือเป็นความเสี่ยงที่องค์กรจะต้องทำการบริหารจัดการให้เหมาะสม เนื่องจากเป็นข้อมูลที่มิจฉาชีพหรือผู้ไม่หวังดีอาจนำไปใช้ประโยชน์ในทางที่ผิดหากหน่วยงานที่ดูแลข้อมูลไม่สามารถปกป้องได้ อันเป็นผลทำให้องค์กรขาดความน่าเชื่อถือในการดำเนินการ บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน ลูกค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่างๆ ที่ได้ทำการจัดเก็บรวบรวม นำไปใช้ เปิดเผย และการถ่ายโอนข้อมูล บริษัทฯ จึงได้จัดทำนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สื่อสารประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน รวมถึงการให้ความรู้แก่ทำเข้าใจแก่พนักงาน ในนโยบายและกฎหมาย PDPA ที่เกี่ยวข้องกับการเก็บข้อมูลพนักงานในการจัดเก็บ การใช้และการเปิดเผยข้อมูล โดยมีวัตถุประสงค์ในการยกระดับความเข้มงวดของมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบสารสนเทศและความปลอดภัยทางไซเบอร์ของบริษัท รวมทั้งมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล เพื่อให้การดำเนินงานมีความสอดคล้องกับ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data Protection Act, PDPA) เช่น จัดตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูล (Data Protection Office - DPO), จัดทำระบบเก็บฐานข้อมูลส่วนบุคคลทุกช่องทาง (Cookie and Consent Management) เป็นต้น
- ความเสี่ยงด้านคู่ค้าไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด
บริษัทให้ความสำคัญในการดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรม โดยยึดมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตามหลักบรรษัทภิบาลที่ดี ภายใต้การดำเนินงานอย่างยั่งยืนที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรมในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง เป็นแนวทางปฏิบัติสำหรับคู่ค้า ในประเด็นความเสี่ยงที่อาจมีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ ทั้งนี้ บริษัทได้มีการเข้าตรวจเยี่ยมคู่ค้า (ESG On-site Audit) ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการจัดการความเสี่ยงดังกล่าว ซึ่งครอบคลุมประเด็นจริยธรรมทางธุรกิจ การปฏิบัติด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชน ความปลอดภัยและอาชีวอนามัย การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ปฏิบัติงาน และความรับผิดชอบต่อชุมชน สังคม เพื่อการพัฒนาการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในห่วงโซ่ธุรกิจของบริษัท
ปัจจัยความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ (Emerging risk)
- การบริโภคขนมขบเคี้ยวมีโอกาสหดตัวลง เนื่องจากการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น และอัตราการเกิดที่ลดลง (Aging society)
ด้วยปัจจุบันสัดส่วนของอัตราการเกิดของเด็กที่จะเติบโตไปเป็นกำลังสำคัญในอนาคต จำนวนประชากรในวัยทำงานลดน้อยลง และสัดส่วนของอายุประชากร 60 ปีขึ้นไปเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ (มากกว่าร้อยละ 20) ซึ่งประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างสมบูรณ์ จากผลกระทบของอัตราการเกิดที่ลดลง และปัจจุบันมีคนสูงอายุในสัดส่วนที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ย่อมส่งผลต่อสังคม เศรษฐกิจ รวมถึงการบริโภคซึ่งนำไปสู่การขยายตัวของมูลค่าตลาด และมีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจด้านการบริโภคสแน็คจากปลา ทั้งนี้บริษัทได้ออกสื่อสารการตลาดให้ครอบคลุมกลุ่มผู้บริโภคที่มีอายุที่สูงขึ้น วางตลาดสินค้าที่รองรับกลุ่มสูงอายุมากขึ้น สนใจในสุขภาพมากขึ้น เช่น TARO Lite (ลดโซเดียม 30%) , TARO Alaska Pollock เป็นต้น