การดำเนินงานเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ประจำปี 2565

เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

        ปี 2565 ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 5% หรือ 55.0168 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า เมื่อเทียบกับปีฐาน 2564 ข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนเฉพาะบริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน)

แผนงานการดำเนินงานเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

        ในปี 2565 บริษัทและบริษัทย่อย จัดทำแผนในการดำเนินการภายใต้โครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อให้เกิด ประสิทธิภาพในการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยได้ดำเนินการตามแผนงาน ดังนี้

    • กำหนดเป้าหมายด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
    • สื่อสารให้ความรู้กับพนักงาน สร้างความเข้าใจและการมีส่วนร่วมในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
    • รณรงค์การใช้ทรัพยากรธรรมาชาติอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการประหยัดหรือใช้เท่าที่จำเป็น
    • สนับสนุนให้มีการนำพลังงานสะอาดมาใช้ทดแทน โดยการติดตั้งโซล่าเซลล์บนอาคารโรงงาน
    • ส่งเสริมให้เปลี่ยนแปลงเชื้อเพลิงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยการใช้น้ำมันไบโอดีเซล B10 ทดแทน B7
    • การจัดซื้ออย่างยั่งยืน โดยการคัดเลือกวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมหรือใช้วัสดุรีไซเคิล
    • การบริหารจัดการของเสียในกระบวนการผลิต ให้สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ เพื่อลดการนำของเสียไปสู่ชุมชน
    • การบริหารจัดการหมุนเวียนน้ำ โดยการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่
    • การอนุรักษ์และฟื้นฟูธรรมชาติ โดยจัดให้มีการปลูกต้นไม้ในพื้นที่ปลูกกาแฟใต้ร่มเงาไม้ (สร้างแนวกันไฟ) เพื่อลดโอกาสที่ป่าจะถูกทำลาย
    • การบริหารจัดการแยกขยะ เพื่อลดปริมาณขยะทั่วไปสู่บ่อฝังกลบ

ตารางแสดงผลเปรียบเทียบปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

        ในปี พ.ศ. 2565 บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย ได้ดำเนินการมอบหมายให้คณะทำงานด้านการอนุรักษ์พลังงาน เพื่อศึกษา สื่อสารทำความเข้าใจ และอยู่ระหว่างการทบทวนมาตรฐานการรวบรวม จัดเก็บ และบันทึกข้อมูล เพื่อเปิดเผยตามแนวทางการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ภายในปี พ.ศ.2566 เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพในการใช้พลังงานและทรัพยากรให้คุ้มค่าและลดผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อมต่อไป โดยในปี พ.ศ.2565 ข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนเฉพาะบริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) เท่ากับ 1,031.2766 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี เมื่อเปรียบเทียบข้อมูล พบว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลดลง 69.0606 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ คิดเป็น 6.28% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปีฐาน 2564 ที่ผ่านมา เนื่องจากการใช้ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ลดลง