การจัดซื้ออย่างยั่งยืน ประจำปี 2564

การจัดซื้อวัตถุดิบหลักเพื่อความยั่งยืน

        เนื่องจากบริษัทย่อย มีการใช้วัตถุดิบหลักที่มีการแปรรูปมาจากทรัพยากรทางทะเล บริษัทจึงมีแนวคิดที่จะส่งเสริมให้มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างสมดุลและยั่งยืน จึงนำแนวปฏิบัติตามข้อกำหนด IUU : illegal Unreported and Unregulated Fishing มาปฏิบัติในเรื่องของการป้องกัน ยับยั้งและขจัดการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม โดยอาศัยความร่วมมือจากผู้ผลิต และผู้ส่งมอบของบริษัทให้ดำเนินทำการตรวจสอบระบบย้อนกลับ รวมถึงเพิ่มช่องทางการสื่อสารให้ผู้บริโภคสามารถทราบแหล่งจับปลาทางทะเลที่นำมาผลิตได้ชัดเจนว่าผลิตภัณฑ์ที่รับประทานจากซองนั้น ๆ มาจากน่านน้ำใด เพื่อเกิดความเชื่อมั่นกับตัวสินค้ามากขึ้น รวมถึงทราบข้อมูลที่สำคัญอื่น ๆ

        ทั้งนี้เพื่อให้การจัดซื้อวัตถุดิบหลักของบริษัทสอดคล้องตามระบบ IUU และสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้ในภาพรวมบริษัท ได้ดำเนินการดังนี้

กระบวนการคัดเลือกคู่ค้า

        บริษัทจะทำการพิจารณารายชื่อคู่ค้า จากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และตรวจสอบประวัติของคู่ค้าในการดำเนินกิจการ ทำให้ได้รายชื่อคู่ค้า ผู้ผลิตวัตถุดิบที่ผ่านการพิจารณากลั่นกรองในเบื้องต้น ก่อนซื้อขาย จากนั้นคู่ค้าที่ผ่านการคัดเลือกจะต้องส่งตัวอย่างวัตถุดิบ มาเพื่อตรวจสอบตามมาตรฐานและส่งเอกสารรับรองการจับสัตว์น้ำที่สามารถตรวจสอบได้ กรณีเป็นสัตว์น้ำแปรรูปจากต่างประเทศต้องมีใบอนุญาตนำเข้าที่ถูกกฎหมาย วัตถุดิบระบุแหล่งที่มาชัดเจน รวมถึงทำการตรวจสอบระบบย้อนกลับได้ ทั้งนี้ต้องได้รับการตรวจประเมินโรงงานจนมั่นใจจึงจะได้รับการคัดเลือกให้เป็นคู่ค้าได้

การจัดซื้อวัตถุดิบหลักที่ยั่งยืน

        นอกจากการควบคุมคุณภาพ ความถูกต้องจากผู้ขายวัตถุดิบต่างๆแล้ว ในด้านการควบคุมภายในก็เป็นปัจจัยสำคัญ เพื่อให้ทุกกระบวนการโปร่งใส และดำเนินไปได้อย่างยั่งยืน

  • ไม่ผูกขาด เพราะเราต้องสรรหาวัตถุดิบที่ได้คุณภาพ ถูกกฏหมายและได้มาตรฐานในราคาที่เหมาะสมให้เพียงพอกับการผลิต จึงไม่ผูกขาดคู่ค้าวัตถุดิบรายใดรายหนึ่ง (Multi-supplier) เพื่อรับประกันได้ว่าจะมีสินค้าจำหน่ายได้ตลอดปี และเป็นการสนับสนุนการแข่งขันในตลาดเสรี
  • จัดซื้อโปร่งใส เพราะความโปร่งใสเป็นรากฐานสำคัญ บริษัทจึงจัดตั้งคณะกรรมการสรรหาและคัดเลือก (Purchasing Committee) ซึ่งประกอบด้วยฝ่ายต่างๆ อาทิเช่น ฝ่ายพัฒนาสินค้า, ฝ่ายควบคุมคุณภาพ ฝ่ายผลิต ในการร่วมสรรหาและตัดสินใจ เพื่อให้ได้คุณภาพตามมาตรฐานในทุกขั้นตอน รวมทั้งลดความเสี่ยงในการเกิดคอร์รัปชั่น
  • ยึดหลักธรรมมาภิบาล ในการดำเนินธุรกิจ บริษัทใช้แนวคิดและลงมือทำอย่างมีความเป็นธรรมและตรวจสอบได้ บนพื้นฐานที่ได้ประโยชน์ร่วมกัน ไม่เอาเปรียบคู่ค้า และส่งเสริมคู่ค้าให้ดำเนินงานโดยยึดหลักธรรมาภิบาลเพื่อนำไปสู่ความยั่งยืนกับธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมร่วมกัน

กระบวนการตรวจสอบวัตถุดิบ

        ในการจัดซื้อวัตถุดิบเข้ามาเพื่อผลิต ทางบริษัทมีการตรวจสอบคุณภาพก่อนนำมาใช้งานเพื่อความมั่นใจ บริษัทมีการตรวจสอบด้านกายภาพ การทดสอบทางประสาทสัมผัส การทดสอบความเหนียว โดยส่งตัวอย่างตรวจสอบห้องปฏิบัติการภายในบริษัท ทั้งในด้านเคมีและจุลชีววิทยา รวมถึง ผู้ผลิตต้องมีเอกสารผลวิเคราะห์ด้านคุณภาพและการรับรองการจับสัตว์น้ำครอบคลุมทุกรุ่นที่ผลิต เพื่อสอบทานว่าคู่ค้าไม่นำวัตถุดิบที่ผิดกฎระเบียบ IUU มาจำหน่าย

  • เป้าหมายการดำเนินงาน
    • สามารถผ่านเกณฑ์การตรวจและปฏิบัติได้สอดคล้องตามข้อกำหนดของ IUU จากการตรวจโดยกรมประมง
    • คู่ค้าผ่านเกณฑ์การตรวจประเมินตามมาตรฐานและ อยู่ในทะเบียนคู่ค้า ของบริษัทฯ
    • ผู้บริโภคเข้าถึงข้อมูลที่แสดงได้ทุก ๆ ซองที่ซื้อไปรับประทาน
  • ผลลัพธ์เมื่อเทียบกับเป้าหมาย
    • ผ่านเกณฑ์การตรวจทุกประการ
    • คู่ค้าผ่านเกณฑ์การตรวจประเมินตามมาตรฐาน ได้อยู่ตามทะเบียนคู่ค้า ของบริษัทฯ
    • ผู้บริโภคเกิดความเชื่อมั่นในความโปร่งใสและตรวจสอบได้ในทุก ๆ กระบวนการที่เกี่ยวข้อง ทราบแหล่งที่มาของวัตถุดิบหลัก

การจัดซื้อบรรจุภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน

        ในอีกส่วนหนึ่งของงานจัดซื้อเพื่อนำธุรกิจไปสู่ความยั่งยืนในระยะยาวนั้น บริษัทพรีเมียร์ แคนนิ่ง อินดัสตรี้ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ได้มีความมุ่งมั่นในการค้นคว้าพัฒนาร่วมกับผู้ผลิตด้านบรรจุภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงและมีความตั้งใจทำงานมุ่งสู่เป้าหมายความยั่งยืนร่วมกัน เพื่อทำให้มั่นใจว่าบรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ ที่นำมาใช้ในการผลิตของบริษัท คำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมให้มีการใช้ประโยชน์สูงสุด และสามารถลดการใช้ทรัพยากรได้ จากความพยายามและความร่วมมือของผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ ทำให้บริษัทได้ใช้บรรจุภัณฑ์ชนิดใหม่ๆ ที่จะเป็นส่วนสนับสนุนแนวทางสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจอย่างต่อเนื่องต่อไปในอนาคต

  • แนวทางในการปฏิบัติและผลลัพธ์ สำหรับการจัดซื้อบรรจุภัณฑ์ ดังนี้
    1. 1. บรรจุภัณฑ์หลัก กระป๋อง
      ลดความหนาของแผ่นเหล็กในการผลิตกระป๋องจาก 0.16 เป็น 0.15 ร่วมกับผู้ผลิตกระป๋องที่มีแนวความคิดด้านการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืนเป็นต้นแบบ เช่น ร่วมกับ บ. สวอนฯ ในการนำกระป๋องที่ปรับความหนามาทดลองบรรจุและผ่านกระบวนการผลิตและการขนส่ง
    2. 2. บรรจุภัณฑ์รอง ฉลาก
      บรรจุภัณฑ์รอง ใช้กระดาษจากป่าปลูกที่มีการรับรอง จากผลการใช้กระดาษที่ได้รับรอง FSC เมื่อปี 2562 โดยเริ่มต้นใช้กับ ฉลาก, Sleeve box, Inner Box “Atlas Cat” Brand ซึ่งเป็น Brand ของพรีเมียร์แคนนิ่ง ฯ และได้เชิญชวนคู่ค้าให้หันมาใช้กระดาษจากป่าปลูก ได้รับผลการตอบรับที่ดีจากลูกค้า จึงทำให้ลูกค้าสนใจและหันมาใช้บรรจุภัณฑ์จากป่าปลูกที่ PCI นำเสนอ โดยกลุ่มลูกค้าที่สนใจและใช้ ได้แก่ ลูกค้า MPM , WERUVA
  • เป้าหมายการดำเนินงาน
    • บรรจุภัณฑ์หลักพัฒนาร่วมกับผู้ผลิตกระป๋องศึกษาความเป็นไปได้ในการปรับความหนาของเหล็กที่ใช้ในการผลิต Can size.211x106 , 211x109
    • บรรจุภัณฑ์รอง ใช้กระดาษที่ได้มาจากป่าปลูก (FSC) กับ Brand “Atlas Cat” 100 %
    • บรรจุภัณฑ์รอง ใช้กระดาษที่ได้มาจากป่าปลูก (FSC) กับ Brand ของลูกค้า
      • ฉลาก 99%
      • กล่อง Offset 99%
    • ลดความหนา Shrink Film จาก 70MIC เหลือ 50MIC ให้ได้ 100%
    • เปลี่ยนระบงานพิมพ์ Shrink KK ซอสสาหร่าย กับ ซอสพริกไทยดำ จากระบบกราเวียร์ (Gravure) ที่ใช้ตัวทำละลายเป็นสารเคมี มาเป็น ระบบ เฟล็คโซ่ (Flexographic) ที่ใช้ตัวทำละลายเป็นน้ำ เป้าหมาย 100%
  • ผลลัพธ์เมื่อเทียบกับเป้าหมาย
    • กระป๋อง Can size.211x106 , 211x109 ปรับความหนาแผ่นเหล็กจาก 0.16 mm. เป็น 0.15 mm.
    • บรรจุภัณฑ์ที่มาจากป่าปลูก (FSC) นอกจาก Brand “Atlas Cat” ได้ 100% ตามเป้าหมาย
    • บรรจุภัณฑ์ที่มาจากป่าปลูก (FSC) ที่เป็น Brand ของลูกค้า ทั้งกล่องและฉลาก
    • ลดความหนา Shrink Film จาก 70MIC เหลือ 50MIC ได้ 100% ตามเป้าหมาย
    • เปลี่ยนระบบพิมพ์ Shrink KK ซอสพริกไทยดำ มาเป็น Flexographic ได้ 100%

ภาพแสดงตัวอย่างบรรจุภัณฑ์ที่ร่วมพัฒนา

ความโปร่งใสและตรวจสอบกลับของผลิตภัณฑ์ (Traceability)

        เพื่อนำเสนอความโปร่งใสในการผลิต ผลิตภัณฑ์ปลาสวรรค์ตราทาโร ซึ่งเป็นขนมขบเคี้ยวที่นอกจากจะอร่อยแล้ว ยังให้ประโยชน์ โดยมีสารอาหารต่างๆให้คุณค่ามากกว่าที่ผู้บริโภคคิด ซึ่งนอกจากตัวผลิตภัณฑ์แล้ว ในกระบวนการผลิตก็เฉกเช่นเดียวกัน เราจึงมีแนวคิดในการให้ผู้บริโภคตระหนักในเรื่องของความใส่ใจในการบริโภค โดยการชี้ชวนให้ใส่ใจเรื่องของการรู้ถึงแหล่งที่มาของวัตถุดิบ รวมไปถึงกระบวนการผลิต โดยทาโร เป็นผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวรายแรกในการกล้านำเสนอ Traceability ให้ผู้บริโภคได้ รับรู้ ตั้งแต่ต้นทางการผลิต จนกระทั่งสินค้าส่งถึงมือ เป็นต้นแบบให้กับอุตสาหกรรมอาหารในการสร้างมาตรฐานการผลิต เพื่อประโยชน์สำหรับผู้บริโภคในการพิจารณาคัดเลือกสินค้าประเภทอาหารในการบริโภคต่อไป

        ทาโรจึงคำนึงถึงความโปร่งใสในทุกกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่งวัตถุดิบ ตั้งแต่การจับปลา ว่ามาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ผ่านการรับรองจากกรมประมง เพื่อให้มั่นใจว่าต้นทางของวัตถุดิบ ดำเนินการอย่างถูกต้อง สอบกลับได้ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และคำนึงถึงความยั่งยืน

 

ภาพแสดงขั้นตอนการสแกนเข้า QR Code ผ่านโทรศัพท์มือถือ

  • แนวทางในการปฏิบัติผลลัพธ์
    ในผลิตภัณฑ์ทาโรทุกซอง จะมี QR Code ให้ ผู้บริโภค scan เพื่อรับทราบข้อมูลการได้มาซึ่งสินค้าซองนั้น ผู้บริโภคจะได้รับทราบข้อมูลว่าผลิตภัณฑ์ซองที่บริโภคอยู่มีการได้มาซึ่งซูริมิที่ผ่านการจับปลามาจากน่านน้ำไหน สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ทั้งหมดตั้งแต่ที่มาในทุกๆส่วนของการผลิตได้ทุกซอง
  • เป้าหมายการดำเนินงาน
    ดำเนินการกับผลิตภัณฑ์ทาโรทุกตัว โดยนำร่องที่ผลิตภัณฑ์ทาโร ออริจินอล ทุกขนาด ทุกรสชาติ ในปี 2564 และขยายผลต่อในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ทาโรทุกกลุ่มในปี 2565
  • ผลลัพธ์เมื่อเทียบกับเป้าหมาย
    ดำเนินการกับผลิตภัณฑ์ทาโร ออริจินอล ครบทุกขนาด ทุกรสชาติ แล้วเสร็จในปี 2564 ตามกำหนด