โครงการจัดการของเสียจากการแปรรูป โดยการผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากเปลือกกาแฟ

กระบวนการแปรรูปกาแฟจากผลเชอรี่สดมาเป็นรูปแบบกะลานั้น มีวัสดุเหลือทิ้งหลังจากการแปรรูปกาแฟนั่นคือเปลือกกาแฟเชอรี่ ซึ่งหากไม่มีกระบวนการจัดการของเสียจากการแปรรูปที่ดี อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมภายในชุมชน เช่น ส่งกลิ่นเหม็นรบกวนชุมชนใกล้เคียงบริเวณโรงแปรูปผลผลิต ความสะอาดทางอาชีวอนามัยของคนในชุมชน และน้ำเสียไหลลงสู่แหล่งน้ำซึ่งจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ทางน้ำได้

แนวคิดการดำเนินธุรกิจเพื่อสังคมสร้างความสำเร็จร่วมกันอย่างยั่งยืนของบริษัท มีวนา จำกัด จึงมุ่งมั่นดำเนินงานเพื่อลดผลกระทบต่อระบบนิเวศน์และสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ต้นน้ำ โดยการใช้หลักการหมุนเวียนธาตุอาหาร เมื่อเรานำผลผลิตออกมาจากฟาร์ม นั่นคือผลกาแฟ ที่ถูกสร้างโดยต้นกาแฟดูดซับธาตุอาหารจากดินมาหล่อเลี้ยงผล และเรานำเอาเฉพาะส่วนที่เป็นกะลากาแฟมาใช้ ส่วนที่เหลือคือเปลือกกาแฟเรานำมาทำเป็นปุ๋ยหมักและนำกลับคืนสู่ดิน พืชจะดูดซึมกลับไปเป็นธาตุอาหารอีกครั้งหนึ่ง วัฏจักรธาตุอาหารที่หมุนเวียนก็จะเป็นไปอย่างสมดุล

• แนวทางปฎิบัติและผลลัพธ์
1. การวางแผนเตรียมการและการจัดการวัตถุดิบ: บริษัท มีวนา จำกัด ได้ให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ลงพื้นที่วางแผนการจัดการเปลือกกาแฟเชอรี่ที่เหมาะสมต่อการนำมาผลิตเป็นปุ๋ยหมักโดยมีการแยกเปลือกและน้ำเสียจากการแปรรูปไม่ให้ปะปนกัน
2. ประสานองค์ความรู้: บริษัท มีวนา จำกัด ได้มีการประสานงานติดต่อกับสถาบันการศึกษา คือ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เพื่อศึกษาเรียนรู้กระบวนการผลิตปุ๋ยหมักที่มีประสิทธิภาพ
3. เมื่อผลิตปุ๋ยหมักได้แล้ว จึงนำตัวอย่างปุ๋ยหมักไปตรวจวิเคราะห์ธาตุอาหารเพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพของปุ๋ยหมักอินทรีย์ตามท้องตลาด และเพื่อหาแนวทางในการพัฒนาสูตรการผลิตปุ๋ยหมักให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น
4. บำบัดน้ำจากโรงแปรรูปเชอรี่ ในแต่ละ Plant เพื่อควบคุมและรักษาคุณภาพของน้ำจากการแปรรูป เพื่อไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ และ ส่งผลดีต่อชุมชน

• เป้าหมายและผลลัพธ์
ในปีพ.ศ.2564 เป้าหมายและผลลัพธ์เชิงปริมาณในการดำเนินการ ดังนี้
• เป้าหมายรวม = 213.43 ตัน ผลลัพธ์รวม = 242.83 ก.ก. คิดเป็น 114%



ภาพสมาชิกกลุ่มช่วยกันผลิตปุ๋ยจากเปลือกกาแฟ


ภาพสมาชิกนำปุ๋ยที่ทำจากเปลือกกาแฟกลับไปใช้ในสวนกาแฟ

• ผลจากการส่งเสริมให้กลุ่ม/สมาชิกผลิตปุ๋ยหมักเพื่อใช้เองในสวนกาแฟเพื่อลดต้นทุนการซื้อปุ๋ยจากภายนอก ในปี 2564 พบว่าสามารถช่วยเกษตรสมาชิกโครงการกาแฟอินทรีย์รักษาป่าลดต้นทุนค่าปุ๋ยคิดเป็นมูลค่า 1,367,670 บาท
• แผนงานในการพัฒนาต่อไป สมาชิกในโครงการที่ไม่มีการแปรรูป จะมีการจัดหาวัตถุดิบอื่น ๆ ในพื้นที่ เพื่อทำปุ๋ยหมัก เช่น ซังข้าวโพด / เปลือกกาแฟจากการสี เป็นต้น