คำอธิบายและการวิเคราะห์
ของฝ่ายจัดการ

คำอธิบายและการวิเคราะห์ฐานะการเงินและผลการดำเนินงาน

  • (1) ภาพรวมของธุรกิจของบริษัทและบริษัทย่อย
    1. ตลาดขนมขบเคี้ยวปี 2562 มีอัตราการเติบโตอยู่ที่ร้อยละ 5.4 ซึ่งต่ำกว่าปี 2561 ที่เติบโตร้อยละ 5.9 โดยบริษัท ยังคงมุ่งเน้นพัฒนาและแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกสู่ตลาด โดยเฉพาะสร้างตราสินค้าของบริษัท รวมถึงการคัดเลือกคู่ค้าที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้นให้บริษัทและสร้างความยั่งยืนร่วมกัน เพิ่มช่องทางการกระจายสินค้าบริษัทให้ครอบคลุมทั้งในประเทศและต่างประเทศ และเพื่อให้เกิดความสะดวกในการซื้อสินค้าของผู้บริโภค อีกทั้งยังมีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ และการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง
    2. ในส่วนของผลิตภัณฑ์ปลาทูน่าและผลิตภัณฑ์อาหารทะเล บริษัทให้ความสำคัญในการพัฒนาสินค้า และการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มศักยภาพในการผลิต และยังส่งผลดีต่อคุณค่าทางอาหาร โดยมีการจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ โดยมุ่งเน้นไปยังตลาด เอเชีย ยุโรป อเมริกา ออสเตรเลียและตะวันออกกลาง เป็นหลัก
    3. ธุรกิจกาแฟ ให้ความสำคัญด้านการผลิตและช่องทางจำหน่ายผลิตภัณฑ์กาแฟอินทรีย์ ในปีปัจจุบันมีการจัดจำหน่ายทั้งในช่องทางร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) ร้านค้าส่งและปลีกแบบดั้งเดิม (Traditional Trade) และช่องทางออนไลน์ เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความสะดวกสบายในการซื้อสินค้า รวมถึงด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้หลากหลายมากขึ้น
  • (2) ผลการดำเนินงาน
    1.  

      บริษัทและบริษัทย่อยมีผลกำไรสำหรับงวดจำนวน 270.1 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน 94.6 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 25.9 เนื่องจากในงวดบริษัทและบริษัทย่อยรับรู้ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายแรงงาน ที่ปรับเพิ่มผลประโยชน์หลังเกษียณอายุเป็น 400 วันทำให้บริษัทและบริษัทย่อยรับรู้ค่าใช้จ่ายสำหรับรายการดังกล่าวจำนวน 27.6 ล้านบาท ประกอบกับปีก่อนมีกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนในหลักทรัพย์เผื่อขายจำนวน 13.7 ล้านบาท ดังนั้นกำไรก่อนรายการพิเศษดังกล่าวมีจำนวน 297.7 ล้านบาท รายการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญมีดังนี้

      รายได้จากการขายและบริการสุทธิในงวดจำนวน 4,086.3 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน 385.7 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 8.6 ตามแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทและบริษัทย่อย โดยมุ่งเน้นคัดเลือกคู่ค้าที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้นให้บริษัทและสร้างความยั่งยืนร่วมกัน

      • การขายในประเทศ มีจำนวน 3,324.7 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน 261.1 ล้านบาท จากธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภคลดลง 263.4 ล้านบาท ธุรกิจผลิตอาหารเพิ่มขึ้น 2.2 ล้านบาท และธุรกิจคลังสินค้าห้องเย็นและบริการเพิ่มขึ้น 0.1 ล้านบาท
      • การขายต่างประเทศ มีจำนวน 761.6 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน 124.6 ล้านบาท จากธุรกิจผลิตอาหารลดลง 120.8 ล้านบาท และธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภคลดลง 3.8 ล้านบาท
    2. อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ร้อยละ 29.8 เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 1.9 เป็นผลมาจากธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคเป็นหลัก
    3. ค่าใช้จ่ายในการขายในงวดมีจำนวน 453.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 56.5 ล้านบาท จากค่าโฆษณาและส่งเสริมการขายของธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้น 81.5 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายโครงการตัวแทนขายและศูนย์กระจายสินค้า (Concessionaire) เพิ่มขึ้น 6.0 ล้านบาท ในขณะที่ค่าขนส่งลดลง 23.1 ล้านบาท จากค่าขนส่งสินค้า คู่ค้าที่ยกเลิกการจัดจำหน่ายตามแนวทางการดำเนินธุรกิจที่กล่าวไว้ข้างต้นเป็นหลัก ในขณะที่ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานขายลดลง 7.4 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายยานพาหนะและการเดินทางลดลง 1.9 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพิ่มขึ้น 0.8 ล้านบาท โดยมีอัตราค่าใช้จ่ายในการขายต่อรายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ร้อยละ 11.1 เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนในอัตรา ร้อยละ 2.2
    4. ค่าใช้จ่ายในการบริหารในงวดมีจำนวน 415.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 1.8 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายระบบงานเพิ่มขึ้น 5.1 ล้านบาท ค่าเช่าและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสำนักงานเพิ่มขึ้น 3.3 ล้านบาท ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้น 2.7 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายยานพาหนะและการเดินทางเพิ่มขึ้น 2.4 ล้านบาท ในขณะที่ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรลดลง 5.6 ล้านบาท เงินบริจาคลดลง 4.9 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ลดลง 1.2 ล้านบาท
  • (3) ฐานะการเงิน
    1. สินทรัพย์
      สินทรัพย์ของบริษัทและบริษัทย่อย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 มีจำนวน 2,586.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดสิ้นปี 2561 จำนวน 21.1 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.8 จากรายการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ดังนี้ ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นมีจำนวน 687.2 ล้านบาท ลดลง 75.3 ล้านบาท จากยอดขายที่ลดลงเมื่อเทียบกับปี 2561 จากการยกเลิกการจัดจำหน่ายบางกลุ่มสินค้า ลูกหนี้การค้าจึงลดลงตามยอดขายที่ลดลง ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ยที่ 60 วัน ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์มีจำนวน 879.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62.4 ล้านบาท จากการลงทุนในโรงงานใหม่เพื่อการขยายกำลังผลิตของบริษัทย่อย
    2. หนี้สิน
      หนี้สินของบริษัทและบริษัทย่อย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 มีจำนวน 939.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดสิ้นปี 2561 จำนวน 81.2 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.5 จากรายการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ดังนี้ เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น มีจำนวน 555.7 ล้านบาท ลดลง 43.8 ล้านบาท มาจากธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภคมีเจ้าหนี้การค้าลดลง เงินกู้ยืมระยะยาว มีจำนวน 102.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนทั้งจำนวน จากการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินเพื่อวัตถุประสงค์ในการก่อสร้างอาคารโรงงานและขยายกำลังการผลิตของบริษัทย่อย สำรองผลประโยชน์ระยะยาวของพนักงานมีจำนวน 147.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.3 ล้านบาท สาเหตุหลักจากการรับรู้ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายแรงงาน ที่ปรับเพิ่มผลประโยชน์หลังเกษียณอายุเป็น 400 วัน สำหรับพนักงานเกษียณที่มีอายุงานตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป จำนวน 27.6 ล้านบาท
    3. ส่วนของผู้ถือหุ้น
      ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 มีจำนวน 1,646.6 ล้านบาท ลดลงจากงวดสิ้นปี 2561 จำนวน 60.1 ล้านบาท โดยมีกำไรของบริษัทและบริษัทย่อยในงวดจำนวน 270.1 ล้านบาท ส่วนเกินทุนจากการวัดมูลค่าในหลักทรัพย์เผื่อขายสุทธิจากภาษี 2.5 ล้านบาท ผลจากการคำนวณตามหลักคณิตศาสตร์ประกันภัยใหม่ เกิดผลต่างของการเปลี่ยนแปลงประมาณการทำให้มีกำไรสุทธิจากภาษี 2.3 ล้านบาท และในระหว่างงวดบริษัทฯ มีการจัดสรรกำไรเป็นเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานของปี 2560 และ 2561 ในอัตราหุ้นละ 0.36 บาท และ 0.20 บาท ตามลำดับ โดยเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 335.0 ล้านบาท
  • (4) การวิเคราะห์งบกระแสเงินสด
    1. บริษัทฯ มีกระแสเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 จำนวน 127.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 86.5 ล้านบาท จากรายการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญดังนี้

      • เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานจำนวน 404.8 ล้านบาท มีจำนวนเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 42.5 ล้านบาท

      • กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนจำนวน 87.9 ล้านบาท จากการลงทุนเพิ่มในอาคารโรงงานและการขยายกำลังการผลิตของบริษัทย่อย 122.1 ล้านบาท ซื้อเงินลงทุนชั่วคราว 9.1 ล้านบาท เงินฝากธนาคารที่มีภาระค้ำประกัน 10.0 ล้านบาท ในขณะที่มีเงินสดรับจากการจำหน่ายเงินลงทุนระยะยาว 50.5 ล้านบาท เป็นหลัก

      • กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินจำนวน 230.4 ล้านบาท จากการจ่ายเงินปันผลระหว่างปี 335.0 ล้านบาท และการชำระดอกเบี้ย 2.4 ล้านบาท ในขณะที่มีการกู้ยืมเงินระยะยาวจากสถาบันการเงินและเงินเบิกเกินบัญชี 106.9 ล้านบาท